Remember Me เปิดเรื่องราวเส้นทางแห่งความเคร่งครัดในธรรมวินัยของ “พระเทพสิทธาจารย์” หรือ “หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน”ผู้จำชาติได้ ไม่ยอมให้ใครบวชพระง่ายๆ ต้องครองผ้าขาวดูนิสัย จนกว่าจะละนิสัยคฤหัสถ์ และ อัศจรรย์พลังจิตของหลวงปู่โชติใช้สุนัขส่งข่าวให้ศิษย์เตรียมต้อนรับ “พันเอกปิ่น มุทุกันต์” อธิบกรมการศาสนา

รายงานพิเศษ Remember Me ตอนที่ 10 พาท่านผู้ชมไปอ่านเรื่องราวปฏิปทาอันเคร่งครัดในพระธรรมวินัยของ “พระเทพสุทธาจารย์” หรือ “หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน” ปฐมเจ้าอาวาส วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา ผู้จำชาติได้ ระลึกชาติได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่ตั้งใจเดินตามปฏิปทาขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ โดย “บัว ปากช่อง” ลูกศิษย์คนสำคัญยังได้เล่าถึงความอัศจรรย์ที่หลวงปู่โชติ ใช้สุนัขส่งสารให้เตรียมต้อนรับ “พันเอกปิ่น มุทุกันต์” อธิบดีกรมการศาสนาในสมัยนั้น ( พ.ศ.2506 - พ.ศ.2515) คลิ๊ก...อ่านต่อ

SCOOPS

ศิริประภา เย็นยอดวิชัย

10/25/20261 min read

“หลวงปู่โชติ” เลือกผู้บวชเป็นพระ ให้เป็นตาเถรครองผ้าขาวจนกว่าจะละนิสัยฆราวาส


ดร.ปฐม นิคมานนท์ เขียนในหนังสือ “หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน” หลวงปู่ผู้ระลึกชาติได้ว่า ปฏิปทามหัศจรรย์ของ “หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน” ที่แสดงถึงพลังจิตที่ใช้สัตว์ต่างๆให้ทำงานตามความประสงค์ของท่านได้

“บัว ปากช่อง” เล่าถึงเหตุการณ์ขณะที่ตัวเองเป็นผ้าขาว ฝึกหัดนาคอยู่ที่วัดวชิราลงกรณ์ ซึ่งในช่วงเวลานั้น “หลวงปู่โชติ” ได้พาลูกศิษย์ลูกหาไปบุกเบิกก่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ อยู่ด้านหลังของวัดวชิราลงกรณ์ออกไป 1 กิโลเมตรเศษ ซึ่งก็คือ “วัดถ้ำไตรรัตน์” ในปัจจุบัน

“บัว ปากช่อง” ให้ชื่อเรื่องนี้ว่า “ควายโง่ เริ่มต้นด้วยบทนำเรื่องว่า “หลวงปู่พาพระและเณรออกจากวัดไปทำงานก่อสร้าง ฝากวัดให้ตาเถร คือ ข้าพเจ้าดูแล เดินเข้ากุฏิ แล้วปิดประตูนอน ยังไม่ทันหลับ เสียงหมาเห่าเกรียวกราวที่หน้ากุฏิ ลุกขึ้นมาเปิด เจ้าหมาวัดถ้ำพุ่งพรวดเข้ามาหา ที่คอมีจดหมายผูกติดมาด้วย” ซึ่งมีเนื้อหา ดังนี้

“หลวงปู่โชติ” ท่านกล่าวอย่างอิดหนาระอาใจและเบื่อหน่ายว่า

การมีลูกเกิดมาแล้วโง่เป็นควาย ทุกข์ที่สุดในโลกของผู้เป็นพ่อแม่ แต่หลวงปู่ท่านมีทุกข์ยิ่งกว่า เพราะได้ศิษย์ที่แสนจะโง่อย่างข้าพเจ้า ที่หลวงปู่ต้องพร่ำสอนปากเปียกปากแฉะทุกค่ำเช้า ปานนั้นก็ยังไม่กระดิกหู หลวงปู่ว่า เหมือนเป่าควาย ให้ปี่ฟัง !

เวลามนุษย์เป่าปี่ ควายมันยังฟัง แต่ที่หลวงปู่เคี่ยวเข็ญอบรมพร่ำสอนทุกวันกับข้าพเจ้า จนปากแทบฉีกถึงใบหู ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เวลาหลวงปู่ท่านว่า “นอน” เวลาหลวงปู่ท่านสอนก็ “ฟัง” เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จึงเป็นที่เอือมระอา เลยเป็นอันว่า ข้าพเจ้านี้ไม่ได้บวชได้แบดกับเพื่อนเขาสักที ต้องโกนหัวนุ่งขาวห่มขาวเป็นตาเถรอีกต่อไป เพราะความโง่ที่มีอยู่เต็มกระโหลกของข้าพเจ้า


บวชใจก่อนบวชจริง

ผู้บวชต้องละนิสัยคฤหัสถ์

ก่อนบรรพชา


“บรรพชา” แปลว่า “การออก” ประการแรกคือ ต้องออกมาจากชีวิตคู่ ครอบครัว และ ออกจากยศฐาบรรดาศักดิ์ กุลบุตรที่จะเข้ามาสู่ร่มกาสาวพักตร์ ถวายตัวเป็นพุทธสาวก จะต้องออกจากนิสัยคฤหัสถ์ให้ได้เสียก่อน มิเช่นนั้น หัวเด็ดตีนขาด หลวงปู่ไม่ยอมให้บวชเด็ดขาด !

ตรงนี้ต้องขออนุญาตบรรยายสรรพโทษสรรพคุณตัวเองซะหน่อย เพื่อให้มองเห็นภาพที่หลวงปู่ท่านทุ่มเท เมตตา ขูดสันดานข้าพเจ้า ทั้งๆที่เบื่อหน่าย แต่หลวงปู่ก็ยังพยายามฉุดขึ้นจากอาจม ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ยี่ห้อข้าพเจ้า ขอบรรยายสรรพคุณขนานเดียวก็เหลือเกิน ปีที่ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ท่านแม่ทัพภาค 2 “กฤษ สีวรา” บนบอร์ดกระดานดำหัวเรือนจำหนองผักบุ้ง มทบ.3 ได้ปรากฎชื่อ “น.ช.บัว ปากช่อง” กองร้อย บก.กองพัน ปตอ.2 ติดคุกตีตรวนขังเดียว 15 ครั้ง !

ทานโทษ มิได้เจตนาคุยโอ้ตัวเอง เจตนาให้ผู้อ่านได้เห็นสันดานแท้ๆของข้าพเจ้า ที่หลวงปู่เมตตาฉุดขึ้นมาจากอาจม ทั้งๆที่โง่บรมโง่ โดยเฉพาะปฏิปทาของ “พระป่า” ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ในขนมธรรมเนียมประเพณีของพระที่ถือ “ธุดงควัตร” ปฏิบัติวิปัสสนา

กรรมฐาน ตรงที่ข้าพเจ้าไม่กระดิกหู ในขนมธรรมเนียมพระป่านี่แหละที่หลวงปู่ท่านเอือมระอา และ อาจจะยอมให้ผ่านไปไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล็กของข้าพเจ้า เมื่ออุปสมบทแล้วก็ต้องเข้ามาอยู่ร่วมกับหมู่คณะที่ถือธุดงควัตร หากไม่เรียนรู้ประเพณีพระป่า ความเสียหายอันใหญ่หลวงแก่พุทธศาสนาก็จะเกิดขึ้นมา !


ในนี้ ประเพณีที่พระป่าถือปฏิบัติ ผู้ที่จะปรารถนาความเจริญในพรหมจรรย์พึงจักต้องเรียนรู้ หลวงปู่จึงเฝ้าเพียรพร่ำสอน หลวงปู่ใช้ให้ข้าพเจ้าพิจารณากองขยะ ข้าพเจ้ายืนดูกองขยะเป็นวรรคเป็นเวรทั้งวัน หลวงปู่กล่าวเปรยให้ข้าพเจ้ารู้เป็นนัยๆ ให้ “กัปปิยะ” พืชสีเขียว ข้าพเจ้ายกมือพนมไหว้ต้นไม้ใบหญ้าไปทั่วบริเวณวัด

ไม่อยากเขียนอธิบายเลยตรงนี้ บอกตรงๆ นาทีนี้ให้นึกอับอายในความโง่ของตัวเอง ที่หลวงปู่ใช้ในบางกรณี จำเป็นต้องใช้ “โวหาร” กับ “อนุปสัมบัน” การจุดไฟเผาขยะนั้น หลีกไม่พ้นสัตว์เล็กสัตว์น้อยต้องตาย หลวงปู่ท่านจึงได้เอ่ยใช้ให้ข้าพเจ้าไปพิจารณากองขยะ

(อนุปสัมบัน คือ ศิษย์ที่ไม่ได้เป็นภิกษุ ได้แก่ สามเณร และ คฤหัสถ์ คู่กับ อุปสัมบัน คือ ศิษย์ผู้อุปสมบทแล้ว ซึ่งหมายถึง ภิกษุนั่นเอง - อธิบายความ โดย ดร.ปฐม นิคมานนท์ ผู้เรียบเรียง )

หลวงปู่ใช้ให้พิจารณา ข้าพเจ้าก็ทำตามที่หลวงปู่สั่งทุกประการ ไม่ขาด ไม่เกินตรงไหน เวลาที่ใช้ในการพิจารณา ข้าพเจ้าก็ยืนพิจารณาดูกองขยะตั้งครึ่งวัน ป่านนั้น หลวงปู่ท่านยังบ่นอุบอิบๆว่า ข้าพเจ้าโง่เหมือนควาย


หลวงปู่โชติเคร่งครัด

ในธรรมวินัย

ศิษย์ต้องมีไหวพริบปฏิภาณ

“พระภิกษุขุดดิน ผิดพระวินัย


พระภิกษุตัดต้นไม้ พรากของเขียว ผิดพระวินัย”

วัดป่าที่เริ่มก่อสร้าง หน้าบันไดกุฏิ บันไดศาลาการเปรียญตามถนนที่ตัดใหม่ๆ ภายในบริเวณวัด ตอไม้ได้แตกแขนงสีเขียว เป็นพุ่มอยู่ตามบันไดทางขึ้นลง ตามถนน ซึ่งอาจเป็นอันตราย อุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บ “ตัด” หรือ “ขุด” ตอไม้เหล่านั้นทิ้งไปเสีย งานนี้หลวงปู่จึงได้เอ่ยเปรยใช้ให้ข้าพเจ้าจัดการ “กัปปิยะ” ตอไม้เหล่านั้น

อยู่กับพระป่าจำเป็นต้องมีปฏิภาณไหวพริบ ทั้งกัปปิยะโวหารของครูบาอาจารย์ที่ท่านเอ่ยปากใช้ และ อื่นๆอีกมาก ที่เป็นขนบ

ธรรมเนียมประเพณีของพระธุดงควัตรที่ปฏิบัติ “ธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด” ผู้เป็นศิษย์จำเป็นต้องฉลาด ปฏิภาณไหวพริบ ตื่นตัวเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพื่อรับใช้และเกื้อกูลเอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย ที่ครูบาอาจารย์ท่านจักได้สูงยิ่งๆขึ้นไปในบารมีธรรม

ระหว่างผู้เป็นศิษย์กับอาจารย์ เพียงแค่ขยับตัวเป็นรู้หน้าที่ทันที หรือว่า “มองตารู้ใจ”

พระป่าอยู่วัดป่า และ “ป่า” คือ หัวใจของพระป่า หลวงปู่บอกว่า พระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ มีสิกขาบทไม่น้อยที่ห้ามภิกษุสามเณรทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ทรงห้ามภิกษุขุดดิน ตัดไม้ ก่อไฟนอกที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันอัคคีภัย หลวงปู่ห้ามเด็ดขาดมิให้ภิกษุสามเณรขับถ่าย ถ่ม และ เททิ้งปฏิกูลลงในพื้นที่สีเขียว เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

หลวงปู่บอกว่า มีพระต้องมีป่า เพราะความสงบความสงัด เหมาะสำหรับบำเพ็ญเพียรสมณธรรมนั้น คือ ป่าเขาลำเนาไพร พระศาสดา พระองค์ไม่ว่าพระพระเยซูคริสต์ พระนบีมูฮัมหมัด และ เจ้าฟ้าชายสิทธัตถะ ล้วนแต่ทรงสำเร็จในป่าทั้งสิ้น

เช้าวันหนึ่ง หลังจากเสร็จอาหารเช้า หลวงปู่ได้เดินไปบูรณะถ้ำปฏิบัติธรรม (ถ้ำราชสุทธาจารย์ อยู่ในบริเวณวัดถ้ำไตรรัตน์ ) หลวงปู่สั่งให้ข้าพเจ้าเฝ้าวัด ถ้ำปฏิบัติธรรมที่ว่านี้ อยู่ห่างจากตัววัด

วชิราลงกรณ์ ประมาณ 1 กิโลเมตร หลวงปู่ชอบถ้ำนี้มาก หลวงปู่กำลังปลูกกุฏิสำหรับปฏิบัติพระกรรมฐาน เสร็จจากอาหารเช้า พระภิกษุสามเณร หลวงปู่จะพาไปทำงานก่อสร้างที่กุฏิบริเวณถ้ำแห่งนี้


หลวงปู่โชติสั่งศิษย์เฝ้าวัด

ให้สุนัขนำจดหมายมาบอก

เตรียมต้อนรับ

อธิบดีกรมการศาสนา


ไม่ต้องบอกก็รู้ พอหลวงปู่พาพระภิกษุสามเณรเดินคล้อยหลังผ่านประตูวัดลับสายตาไปแล้ว หน้าที่เฝ้าวัดของข้าพเจ้า คือ เข้ากุฏิ ปิดประตู นอน ! หลวงปู่ไปได้พักใหญ่ กำลังนอนย่อยอาหารสบายๆ ไอ้พวกหมาเวรตะไลในวัด ได้ส่งเสียงเห่าเกรียว นอนต่อไปไม่ไหวกับเสียงหมาเห่า


ข้าพเจ้าได้ลุกขึ้นมาเปิดประตูกุฏิ พอเปิดประตูผลัวะ หมากระโจนผลุงขึ้นมาบนกุฏิ ข้าพเจ้าสะดุ้งโหยง ! หมาวัดถ้ำ ได้วิ่งตะเวนหาข้าพเจ้าทั่วบริเวณวัด ถูกบรรดาหมาในวัดพากันวิ่งกรูตามเห่าไปติดๆ เป็นพรวน

พอเห็นข้าพเจ้า ไอ้หมาวัดถ้ำที่หลวงปู่และพระเณรไปทำงาน มันจึงได้กระโจนผลุงหนีหมาวัดเข้ามาหาข้าพเจ้า และ ที่แน่ๆหลวงปู่ใช้มันมา

ตาเถร วันนี้อธิบดีจะเดินทางมา คอยรับด้วย

ที่คอหมามีจดหมายผูกติดอยู่ ข้าพเจ้าแกะอ่านดูจึงรู้ว่า หลวงปู่ลืมสนิท เพิ่งนึกได้เมื่อไปถึงถ้ำ จึงใช้หมาเอาจดหมายมาให้ข้าพเจ้าตามที่อธิบดีได้นัดหมายไว้ และ ค่ำคืนนั้น หลังจากที่หลวงปู่ได้สนทนากับท่านอธิบดี ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้อะไรๆหลายอย่าง ที่ข้าพเจ้าได้ยินแล้วหายใจวูบ เมื่อหลวงปู่ท่านเอ่ยขึ้นว่า พ่อมันมาฝากให้ช่วยขัดสันขวาน แต่ปากช่องบ้านเกิดของมัน ยังไงๆก็เอาดีไม่ได้แน่ๆ ช่วยนำมันไปให้อาจารย์ที่สุรินทร์ จัดการที


ข้าพเจ้าได้เห็นได้ยินได้ฟัง ได้รู้ว่า "หลวงปู่โชติ" ท่านอยู่กับอาจารย์ของท่าน

ตั้งแต่ตัวท่านเป็น “เด็กชายโชติ เมืองไทย”

"หลวงปู่อ่อน ญาณศิริ" ได้อยู่กับอาจารย์ ตั้งแต่สมัยที่เป็นสามเณรอ่อน

"หลวงปู่ฝั้น อาจาโร" วัดป่าอุดมสมพร ได้อยู่กับอาจารย์ ตั้งแต่สมัยที่เป็น "ภิกษุฝั้น" พรรษาแรก

ท่านอธิบดีกรมการศาสนา ได้อยู่กับอาจารย์ ตั้งแต่สมัยเมื่อเป็น "เด็กชายปิ่น มุทุกันต์"

ขอบคุณ :- หนังสือ "หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน" หลวงปู่ผู้ระลึกชาติได้

เรียบเรียงโดย ดร.ปฐม นิคมานนท์

ภาพประกอบบางส่วน


พันเอกปิ่น มุทุกันต์

อธิบดีกรมการศาสนา

(ระหว่าง พ.ศ.2506-2515)

พันเอกปิ่น มุทุกันต์ อธิบดีกรมการศาสนา

ศึกษาภูมิประเทศ

และวัฒนธรรม

ประเทศอินเดีย

ถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนา

Social Media

email: news.buddhist2569@gmail.com

© 2025. All rights reserved.