Remember me
อย่าลืม! คนระลึกชาติ
หมู่บ้านตะคร้อ
"คนระลึกชาติมากที่สุด
ในโลก"






"Remember Me" อย่าลืม ! คนระลึกชาติบ้านตะคร้อ จ.นครสวรรค์
เว็บไซต์ “www.buddhistcompany.org” ลงพื้นที่บ้านตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ นำเสนอรายงานพิเศษ ชุด remember me อย่าลืมคนระลึกชาติ ! บ้านตะคร้อ หมู่บ้านที่มีคนระลึกชาติมากที่สุดในโลก ตอน 1 (click...อ่านต่อ)
SCOOPS
ศิริประภา เย็นยอดวิชัย
9/15/20261 min read
ทีมงาน เว็บไซต์บุดดิส คอมปานี ได้มีโอกาสพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับ "ธีระพันธ์ วงษ์คำภา" คนบ้านตะคร้อระลึกชาติได้ตั้งแต่ 3 ขวบ ปัจจุบันอายุ 45 ปี เขาเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบัน เรื่องบางอย่างเขาก็ลืมไปบ้าน เพราะจำชาติได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ
“นี่คือสิ่งที่ผมระลึกชาติ ติดตัวมา มาบอก มาเล่า และ สิ่งนี้มาบอกกับครอบครัว ตอนเด็กๆเราก็จำคนเฒ่าคนแก่ได้ บางสถานที่เราไม่เคยไป แต่ตอนเด็กๆ เราสามารถบอกสถานทีไ่ด้ เอ่ยชื่อเขาได้ และ สมัยก่อนเราก็คิดว่า เขาเป็นครู เราไม่เคยคิดว่าเราเป็นเด็ก เราสามารถเห็นเพื่อนเล่น มีคนมาเล่นกับเรา
ตอน 3 ขวบ จำว่าเขาชื่ออะไร ไหนมา มีลูกกี่คน ไปเดินป่า จำได้หลายคน เราเห็นคนทั่วไปมาเล่นกับเรา จำว่าเขาชื่ออะไร ทำอะไร ไปไหนมา มีลูกกี่คน เขาทำอะไรมาบ้าง ก็สามารถบอกไ้ด้หมด จำได้หลายคน แต่ตอนนี้ก็ลืมไปบ้าวแล้ว แต่สถานที่ที่เคยไปทำ เคยไปอยู่ ก็สามารถชี้บอกเขาได้” ธีระพันธ์เล่าให้ฟังด้วยท่าทีที่สำรวม และ ระมัดระวังตัว เพราะมีผู้คนจำนวนมากทยอยมาหาเขา เพื่อถามเรืาองราวในอดีต และ อนาคต ซึ่งสิ่งใดที่เขาพอบอกได้ เขาก็บอก แต่ถ้าสิ่งใดบอกไม่ได้ เขาก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกัน แต่การบอกเนื้อหาต่างๆ ธีระพันธ์บอกว่า ต้องทำภายใต้กฎแห่งกรรม ตัวเขาเองก็อยู่ใต้อำนาจกรรมเช่นกัน
หลังจากนั้นทีมงานบุดดิส คอมปานี มีโอกาสสัมภาษณ์ “จาราภรณ์ บรรทุกรรม” มารดาของ"กัลยาพัช บรรทุกรรม"คนบ้านตะคร้อระลึกชาติเป็นย่ากลับมาเกิด
คุณจาราภรณ์เล่าว่า ลูกสาวชื่อน้องอิม ปัจจุบันอายุ 17 ปี จำชาติได้ตั้งแต่เด็กๆว่า เป็นย่าของตนเองกลับชาติมาเกิด
“เริ่มแรกแม่แฟน หรือ ย่าของน้องอิมเขาป่วย ป่วยเส้นเลือดฝอยแตก พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลภูมิพล หมอเขาบอกว่า อยุ่ไดไม่เกินเจ็ดวัน ถ้าผ่าก็ห้าสิบ ห้าสิบ แม่เขาบอกว่า ถ้าเขาตาย เขาจะมาเกิดด้วย ก้คิดว่า แกจะไม่ตาย แม่เขาบอกว่า เขาเป็นห่วง เดี๋ยวแก่ตัวจะไม่มีใครเลี้ยง ก็ไม่เชื่อ ทีนี้พอ เจ็ดวัน แม่ก็ตาย แม่จะเป็นคนที่เหมือนรู้ล่วงหน้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็รู้ล่วงหน้า” คุณจาราภรณ์เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง
ปัจจุบันน้องอิมกำลังเติบโต และ ค่อนข้างปิดตัว เพราะไม่อยากพูดถึงอดีตมากนัก จึงให้แม่มาพูดคุยแทน เรียกว่า รักษาตัวรอดเป็นยอดดี เพราะผู้คนที่เข้ามาหาคนระลึกชาติที่หมู่บ้านตะคร้อ มีความหลากหลาย มากหน้าหลายตา อาจทำให้รบกวนเวลาส่วนตัวในการเรียนหนังสือและพักผ่อนได้ในช่วงที่ผ่านมา เพราะน้องอิมมีลางสังหรณ์ เคยให้โชคให้ลาภแก่มารดาบ่อยครั้งนั่นเอง


น้องอิม ชี้รูปคุณย่า ของตนเอง ซึ่งน้องอิมจำชาติได้ว่า เป็นคุณย่ากลับชาติมาเกิด




เรื่องราวคนบ้านตะคร้อยังไม่จบเพียงเท่านี้ เว็บไซต์บุดดิส คอมปานี ยังค้นคว้าหาคำตอบเพิ่มเติมว่า ทำไมพื้นที่บ้านตะคร้อแห่งนี้ จึงมีคนระลึกชาติมากที่สุดในโลก
ทีมงานเว็บไซต์บุดดิส คอมปานี มีโอกาส มาพบกับ
อาจารย์วิลาศ บุญมา เป็นชาว อ.บางระจัน สิงห์บุรี แต่มาอยู่บ้านตะคร้อได้ 49 ปีแล้ว และมีครอบครัวเป็นคนบ้านตะคร้อ
อาจารย์วิลาศเล่าอย่างเป็นกันเองว่า มาอยู่ที่บ้านตะคร้อ บรรจุเป็นครูตั้งแต่ พ.ศ.2520 ตอนที่มาอยู่ใหม่ๆก็พยายามจะเข้ากับชุมชนให้ได้ เพราะที่บ้านตะคร้อ สมัยก่อนค่อนข้างจะเป็นชุมชนนักเลง ตอนใหม่ๆ ผมก็จะกลัว เลยไปตีสนิทกับคนแก่ กินข้าวกับเขา พออยู่กับผู้ใหญ่ เขาก็ปรามเด็กๆได้
อาจารย์วิลาศเล่าถึงความอาถรรพ์ของบ้านตะคร้อว่า
“ความอาถรรพณ์ที่นี่ สมัยที่ผมอยู่บ้านพักครู พอผมเหนื่อย ผมก็มานั่งที่บ้าน พอผมสัมผัส ผมก็ได้ยินเสียงเคาะเกราะ และพูดกันอยู่ในดง เวลาไปอยู่นอกบ้าน พอเข้ามาในบ้านก็ไม่มีเสียงอะไร
ช่วงใกล้ปิดเทอม ประมาณเดือนมีนาคม ผมก็นอนหลับในบ้านพักครู ตอนนอนหลับเคลิ้มๆมีเสียงลากรองเท้าแตะ 3 ครั้ง พอตื่นมาก็ไม่มีใคร ผมก็เข้าห้องนอน สวดมนต์ ทีนี้ตอนเข้าค่ายลูกเสือ มีเด็กคนหนึ่งเหมือนผีเข้า ดิ้นคลุกฝุ่น และมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อวารี เดินเหมือนผีดิบในหนังจีน มีเด็กคนหนึ่งมาตามบอกว่า ครูครับ เด็กหญิงวารี ผีเข้าครับ ผมก็ไปจุดธูปบอก พอสักพักเขาก็หาย แล้วก็ปกติ
มีเด็กหลายๆคนที่ไปโรงเนียนบ้านตะคร้อแต่เช้า ก็เอากระเป๋าไปวางที่ห้อง ก็ได้ยินเสียงหมือนมีคนเดินในห้อง
ผมก็ไปถามครูใหญ่ว่า ที่นี่เคยมีการทำบุญไหม ครูใหญ่บอกไม่มี ผมก็ชวนทำ เลือกเอาวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2523 เป็นวันทำบุญตั้งแต่วันนั้นก็ทำมาถึงวันนี้
มันมีเรื่องราวที่ซับซ้อน ตั้งแต่เรื่องตำนานคลองมะม่วงเตี้ย มีเรือสำเภามา คนที่คุมมาก็ คือเจ้านางจันทร์หอม คนในเรือก็มีแขก ฝรั่ง คนจีน ก็มาเรือล่มตาย คนตะคร้อเคยมาขุดเจอสมบัติเล็ๆน้อยๆ ก็เจอ
ต่อมาครูใหญ่คนหนึ่งอยากกลับมาประจำที่โรงเรียนบ้านตะคร้อ มีลูกสาวอายุประมาณ 10 ขวบ หลังย้ายไปหลายปีแล้ว อยากกลับมาที่บ้านตะคร้อ เพราะลูกสาวเขาบอกว่า เขาเป็นลูกสาวของเจ้านางจันทร์หอม และแม่มีงูใหญ่ตัวหนึ่ง ซึ่งแม่คือนางจันทร์หอมให้มาเกิดกับครูใหญ่ ชื่อ สุรางคนาง นานแล้ว ตอนนี้สุรางคนางน่าจะอายุห้าสิบแล้ว คนนี้มาเรื่อย มาดูแลศาลเจ้านางจันทร์หอม เจ้านางจันทร์หอมก็เข้าร่างของแม่เด็ก ว่าจะเอาลุูกคืน และถามว่าจะเอาสมบัติ หรือ เอาลูก ครูใหญ่คนนั้นบอกว่าจะเอาลูก ไม่เอาสมบัติ ทุกวันนี้เขาตั้งศาลแม่นางจันทร์หอม
หลวงพ่อโพธิ์ (อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านตะคร้อ) ซึ่งท่านมรณภาพไปแล้ว ร่างทันยังอยู่ ท่านเคยเล่าให้ผมกับแฟนฟังว่า ตอนที่ท่านหนุ่มๆ ท่านเคยพาพระหนุ่มๆ ไปตัดไม้สร้างวัดและ ที่เมืองลับแล เขาก็เปิดถ้ำให้เห็น ท่านก็เข้าไปกราบ ในนั้นเป็นทองคำทั้งหมดเลย พระพุทธรูปก็เป็นทองคำ ข้าวของเครื่องใช้ก็เป็นทองคำ เขาก็บอกว่า อยากได้อะไรก็หยิบเอา หลวงพ่อก็บอกว่า ไม่เอา กลัวตาย กลัวเขาจะเอาไปเฝ้าทรัพย์ พอออกไป คนเมืองลับแลก็ปิดถ้ำ
พออาจารย์เรนนี่มาบอกว่า เขาย้ายกันไปแล้ว
ที่บ้านตะคร้อเป็นเมืองอีกเมืองหนึ่ง
คนที่คุมเรื่องระลึกชาติ มีคนคุมคนหนึ่งตัวใหญ่มาก เป็นคุมเรื่องระลึกชาติบ้านตะคร้อ
ขุนศรี ขุนแว่นแก้ว ช่วงพระเจ้าตากสินกู้ชาติ ท่านก็มาร่วมปักหลักกู้ชาติที่นี่ และ ขุนแว่นแก้ว ก็บวชอยู่ที่นี่เป็นพระภิกษุองค์แรกของที่นี่
วิญญาณตัวนี้ก็บอกว่า ถ้าคนมีบารมีสูงก็เปิดเมืองลับแลที่หนองไม้แดงได้
มันเหมือนกับเป็นเรื่องอาถรรพณ์ และจิตที่เคยเป็นบริวารที่ควบคุมตรงนี้”
อาจารย์วิลาศทิ้งท้ายบนความเชื่อของชาวบ้านที่บ้านตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ หมู่บ้านที่มีคนระลึกชาติได้มากที่สุดในโลก ซึ่งกรรมดีและกรรมชั่วทำให้พวกเขากลับมาเวียนว่ายตายเกิด ณ หมู่บ้านตะคร้อ บางคนเคยเป็นย่า กลับมาเกิดเป็นหลาน บางคนเคยเป็นนักรบในลริเวณที่ก่อตั้งหมู่บ้านตะคร้อ กลับมาเกิดเป็นชาวหมู่บ้านตะคร้ออีกในปัจจุบัน บางคนเกิดถึงสิงห์บุรีแต่บุพรกรรมนำมาสร้างครอบครัวที่บ้านตะคร้อ และ ผูกพันจนถึงทุกวันนี้
เรื่องราวเหล่านี้ ไม่มีคำว่าบังเอิญ แต่ล้วนอยู่ในกฎแห่งการเวียนว่ายตายเกิด เมื่อทำกรรมในพื้นที่ใดมาก บุพรกรรมเหล่านี้นจะนำพาให้กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง แม้แต่เมืองลับแล ชาวเมืองลับแลก็มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เพียงแต่อยู่ในอีกมิติหนึ่งเท่านั้นเอง
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบทพิสูจน์ว่า ชาติที่แล้วมีจริง ชาติหน้ามีจริง และ เมื่อชาติปัจจุบันจบ แต่จิตของแต่ละคน แต่ละสัตว์โลก ต้องเกิดแบบสืบต่อ ไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจิตดวงนั้นจะพบพระนิพพาน ตามคำสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะสงสารนี้ของจิตดวงนั้น
“การเกิดนี้จึงไม่มีแก่เราอีก นี่เป็นชาติสุดท้ายของเรา” ดั่งที่สิตธัตถะกุมาร ตรัสเมื่อครั้งประสูติกาลที่เมืองลุมพินี และ เอ่ยอมตะวาจาแรก
ขอบคุณ ศ.นพ.เอียน สตีเวนสัน มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ผู้ริ่เริ่มค้นคว้าวิจัยงานระลึกชาติ
