เปิดเส้นทางธุดงค์ประเทศอินเดีย โดย “พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์” ท่านพ่อลี ธมฺมธโร ปฐมเจ้าอาวาส วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
www.BuddhistCompany.org เปิดบันทึกเรื่องเล่าของ “พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์” หรือ “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร” ปฐมเจ้าอาวาส วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ หนึ่งในพระอริยเจ้าสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ซึ่งเป็นการบันทึกจากคำบอกเล่าขององค์ท่านพ่อลี และ ลูกศิษย์ได้จรดปลายปากกาบันทึกเรื่องราว ดังนี้ (คลิ๊กอ่านต่อ...ในข่าว)
SCOOPS
ศิริประภา เย็นยอดวิชัย (เรียบเรียง)
10/27/20261 min read


#ธุดงค์ประเทศอินเดีย
เรือวิ่งข้ามมหาสมุทรอยู่ 2 คืน 3 วัน
พอถึงท่าเรือกัลกัตตาได้พบพระแขกองค์หนึ่งมาจากเมืองกุสินารายณ์ ได้สนทนาธรรมะ โดยภาษาบาลีบ้าง ภาษาแขกบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง พูดคุยกันครั้งหนึ่งต้องใช้ถึง 3 ภาษาประกอบกันจึงรู้เรื่อง บางคราวขึ้นต้นภาษาแขก ตอนกลางภาษาบาลี ตอนปลายภาษาอังกฤษ แต่ไม่เคยรู้สึกนึกอายเขาว่า เราพูดไม่เป็น เพราะเราก็พูดไม่เป็นจริงๆ แม้จะพูดได้ก็ไม่ถูกสำเนียง รู้สึกว่าได้สนิทสนมกันมาก ในระหว่างเดินทางในเรือ
เมื่อขึ้นจากท่าเรือที่ท่าเมืองกัลกัตตาแล้ว ได้ขึ้นรถลากไปที่วัดพุทธสมาคมที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Maha Boghi Society” แล้วได้พักแรมคืนอยู่ที่นารันทะ (นาลันทา) Buddhist Temple ที่นั่นได้พบเพื่อนคนไทยซึ่งเป็นลูกศิษย์พระโลกนาถ และ พักอยู่ที่นั่นชื่อ พระใบฎีกาสด สิงหเสนีย์ จึงได้สนทนาพอรู้เรื่องราวต่างๆในประเทศอินเดีย
ในสมาคมนี้ได้ให้สิทธิเราเป็นพิเศษ อยู่สบาย ฉันก็สบาย มีพระพักอยู่รวม 8 รูปด้วยกัน ไปพักอยู่ในวัดนี้ต้องฉันอาหารเจ ถึงเวลาฉันจังหัน นั่งวงรอบรวมกัน มีภาชนะคนละชิ้น ต่างองค์ต่างตักกับข้าวใส่ภาชนะของตน พักอยู่พอสมควรแล้วได้ออกเดินทางไป เที่ยวดูวัตถุโบราณเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา รู้สึกมีความสังเวชสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ดูสภาพของพระพุทธศาสนาเสื่อมโทรม เกือบไม่มีเหลือในด้านปฏิบัติ เช่น พระสงฆ์นอนห้องเดียวกับผู้หญิงบ้าง ฉันจังหันเวลาวิกาลบ้าง ขึ้นรถลากกับผู้หญิงบ้าง ดูเขาไม่พิถีพิถันในพระวินัยเอาเสียเลย พอนึกถึงตอนนี้ก็ไม่อยากจะอยู่ในอินเดียอีกต่อไป เวลานั้นอินเดียยังไม่ค่อยสนใจในทางพระพุทธศาสนาเท่าไรนัก ตามสถิติของพุทธสมาคมมีคนนับถือพุทธทั้งประเทศประมาณ 3 แสนเศษ ประกอบด้วยพระภิกษุหลายชาติหลายภาษา อาทิ พระฝรั่ง พระจีน พระธิเบต พระมงโกเลีย พระเยอรมัน ฯลฯ
รวมทั้งหมดในประเทศอินเดียมีพระอยู่ประมาณ 80 รูปเศษ มีความเป็นอยู่อย่างกันดาร เพราะไม่มีผู้นิยมใส่บาตรกันเท่าไรนัก
ได้ออกเดินทางจะไปพุทธคยา ได้ขึ้นรถไฟที่สถานีกัลกัตตาเวลา 1 ทุ่มตรง ถึงเมืองพาราณสี พอดีเพล แล้วได้ขึ้นรถม้าออกไปตำบลสารนาถ ที่เรียกว่า “ป่ามฤคทายวันเก่า” เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักรโปรดพระเบญจวัคคีย์ทั้ง 5 เป็นปฐมเทศนา อยู่ห่างจากเมืองพาราณสีไปประมาณ 8 ไมล์
เมื่อได้ไปถึงสถานที่นี้แล้วรู้สึกร่มรื่นเบิกบานใจ เป็นสถานที่ที่กว้างใหญ่ไพศาล มีพระเจดีย์เก่าๆ มีพระพุทธรูปตั้งไว้ในพิพิธภัณฑ์มากมาย ได้ไปอาศัยพักอยู่ที่นั่นหลายวัน
แล้วได้ออกเดินทางไปนมัสการสถานที่ดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้าที่เมืองกุสินารา บัดนี้เรียกว่า “กาเซีย” (Kasia) บ้านเมืองแต่ก่อนกลายเป็นทุ่งนาไปหมด ขณะนั่งรถยนต์ผ่านทุ่งใหญ่ แลเห็นแต่ต้นข้าวสาลีเขียวชอุ่ม รู้สึกเย็นตาเย็นใจ ไปเห็นรกรากเก่าของวัด และ สถานที่ดับขันธปรินิพพานซึ่งได้ขุดฟื้นฟูขึ้นมา มีพระเจดีย์องค์หนึ่งตั้งตระหง่านเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า แต่องค์ไม่ใหญ่โตเท่าที่สารนาท
วันรุ่งขึ้นได้เดินทางต่อไปนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงของพระพุทธเจ้า
สถานที่นี้อยู่ห่างจากสถานที่ดับขันธปรินิพพานประมาณ 1 ไมล์ แต่บัดนี้ได้กลายเป็นทุ่งนาไปหมด มีพระเจดีย์หักพัง เหลือแต่อิฐ มีต้นไทรใหญ่เกิดขึ้น เกาะอยู่ที่พระเจดีย์พัง มีพระจีนรูปหนึ่งทำที่พักไว้บนต้นไทร และ นั่งภาวนาอยู่ที่นั้น ถึงเวลาตอนเย็นก็เดินทางกลับที่พัก
(อ่านต่อตอนต่อไป)
ขอบคุณ :- หนังสือ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร พระสุปฏิปันโนผู้มากธรรม
หนังสือชีวประวัติของพระสุทธิธรรมรังสีคัมภัมภีรเมธาจารย์
(บันทึกจากคำบอกเล่าของท่านพ่อลี)
