"หลวงปู่โชติ" เก็บงำจำชาติได้ 35 ปี จำได้หมด ชีวิตใกล้ตายและชีวิตหลังความตาย !
รายงานพิเศษ “Remember Me” ตอนที่ 3 จะพาท่านผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของ “หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน” ปฐมเจ้าอาวาส วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างมาก เมื่อท่าน จำชาติได้ ระลึกชาติได้ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และ ต้องเก็บงำความลับไว้ถึง 35 ปี กว่าจะถูกเปิดเผยออกมา เพราะในอดีตคนสมัยก่อนยังไม่ยอมรับความรู้เรื่องการจำชาติได้ และ ระลึกชาติได้ แม้กระทั่งปัจจุบัน บางคนถึงขนาดไปลุกล้ำสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ด้วยการไปกล่าวว่าจาผรุสวาทแก่ผู้ที่จำชาติได้ และ ระลึกชาติได้ ว่า บ้า หรือ สติไม่ดี (Click...อ่านต่อรายละเอียด)
SCOOPS
9/28/20261 min read


นิมิตนายเล็ง อดีตชาติของหลวงปู่โชติ
ตรงกับน้องสาวที่ตั้งครรภ์
หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน เล่าเรื่องการจำชาติได้ของท่านในโอกาสไปเทศน์ที่วัดป่าคลองกุ้ง จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.2509 โดยท่านเล่าย้อนไปในชาติก่อนซึ่งเป็นนายเล็ง โดยเป็นพี่ชายของน้องสาวตัวเอง ก่อนจะมาเกิดเป็นเด็กชายโชติ ลูกชายของน้องสาวว่า
“เมื่อข้าพเจ้า (นายเล็ง) มีบุตร 3 คนแล้ว ปีนั้นเป็นปีพุทธศักราช 2451 ตรงกับปีวอกและก็ประจวบกับอายุของข้าพเจ้าเวลานั้น 45 ปี ในขณะระยะเดียวกันนี้ นางเหรียญ เขาตั้งท้องลูกคนที่ 8 ข้าพเจ้านายเล็งซึ่งเป็นพี่ชายของเขา ก็อยู่คนละบ้านละเรือน แต่ในขณะเดียวกันที่นางเหรียญเขากำลังตั้งท้อง ตัวข้าพเจ้า นายเล็งก็เริ่มป่วยลงด้วย ในขณะที่ป่วย เริ่มแรกนี้ก็ไม่มีอาการหนักหนาอะไร ไปไหนมาไหนได้ แต่ก็มีแปลกอยู่อย่างหนึ่ง เวลานอน มักฝันว่า ได้ไปเที่ยวงานกฐินที่แห่งหนึ่ง มีผู้คนมากมาย แต่แปลกในฝันนั้นรู้ว่าตัวเองเป็นเด็กอายุ 4-5 ขวบ เกิดหลงทางร้องไห้เสียงดังด้วยความกลัว
เมื่อนางเหรียญมาเยี่ยมนายเล็ง พี่ชาย ก็ได้เล่าความฝันให้ฟังว่า ไปเที่ยวงานกฐินพบเด็กผู้ชายหลงทาง ร้องไห้อยู่ น่าสงสาร จึงอุ้มพากลับบ้านด้วย ทั้งนายเล็งและนางเหรียญฝันตรงกันและสอดคล้องกัน และ นางเหรียญเขาก็จะเล่าว่า เขามักจะฝันเห็นพี่ชายเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ทราบว่าเรื่องจะมาป็นอย่างนี้ จึงไม่ได้จำกัดเวลาว่าจะตรงกันหรือไม่ ต่อมาจากนั้นมาอีกเป็นเวลา 7 เดือน นางเหรียญเขาก็ตั้งท้องมาได้ 7 เดือนเช่นเดียวกันนั้น และ ก็มีอาการแพ้ท้อง แต่อาการแพ้ท้องคราวนี้ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมาแล้ว เพราะตามธรรมดาที่เคยเป็นมาแล้ว ตั้งแต่ลูกคนไหนๆ ก็มักจะมีอาการแพ้ท้อง แต่ก็บันดาลให้อยากรับประมานอะไรต่ออะไร ต่างๆกัน ลูกแต่ละคนๆก็ต่างๆกัน”
อัศจรรย์ "นางเหรียญ" ท้องเด็กชายโชติ
อยากปฏิบัติธรรมตลอดพรรษา
หลวงปู่โชติเล่าถึงความอัศจรรย์ระหว่างที่นางเหรียญตั้งครรภ์อีกว่า
“แล้วมาลูกคนสุดท้องนี้ ก็แปลกไปอีกกว่านั้น คือ บันดาลให้นางเหรียญนั้น อยากจะไปบวชชี ขึ้นธรรม บำเพ็ญภาวนา วิปัสสนากรรมฐาน กับครูบาอาจารย์อยู่ที่วัด จากนั้น รู้สึกว่ารุนแรงเหลือเกิน ถ้าหากว่าไม่สำเร็จตามความปรารถนา ตามศรัทธาที่เลื่อมใสอย่างนั้นแล้ว ก็น่ากลัวจะล้มจะตายหรือป่วยเป็นแน่
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จึงเล่าความในใจนั้น ให้บิดา มารดา และ สามีทราบ ท่านเหล่านั้นได้ทราบเจตนาของนางเหรียญเช่นนั้นแล้วก็อนุโมทนาสาธุการด้วย ยินดีที่จะจัดการให้นางเหรียญได้ไปปฏิบัติตามศรัทธา
นางเหรียญทั้งๆที่อุ้มท้อง 7 เดือน ก็หมายความว่าปรากฎเต็มที่แล้ว เป็นที่ลำบาก ถ้าจะว่าแล้วก็เป็นที่ลำบาก แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ไดคำนึงถึงว่าตัวจะลำบากเลย เพราะความที่จิตเลื่อมใสศรัทธาแรงกล้าเหลือเกิน เมื่อได้ความยินดียินยอมจากบิดา มารดา และ สามีแล้ว ก็จัดการตระเตรียมเดินทางไปสู่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า วัดตะเคียน ตั้งอยู่ทางตะวันออกสถานลำชี ตะวันตกของจังหวัดสุรินทร์ 8 กิโลเมตร ณ ที่นั้นแหละมีอาจารย์องค์หนึ่ง ซึ่งมีนามเรียกว่า ท่านอาจารย์แอก เป็นผู้อาวุโสกว่าในจังหวัดสุรินทร์ โดยท่านมีความรู้มีสมรรถภาพในการสั่งสอนทางวิปัสสนากรรมฐาน สมัยนั้นรู้สึกว่าหายาก ก็ท่านองค์นี้มีชื่อเสียง นางเหรียญก็มุ่งมาปฏิบัติที่สำนักท่านอาจารย์แอกนี้ด้วย
ในปีนั้นก็มีสัปปะบุรุษผู้ศรัทธามาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานด้วยกันมากมาย นุ่งดำบ้าง นุ่งขาวบ้าง แล้วแต่สมรรถภาพ แล้วแต่ศรัทธาของแต่ละบุคคล โดยมาก็เป็นอุบาสิกา ส่วนอุบาสกนั้นไม่ค่อนจะมาอยู่ประจำ คณะอุบาสิกาทั้งหลาย เมื่อถึงวันเวลาพระเข้าพรรษาก็พากันไปขอกรรมฐานจากอาจารย์ ไปขอรับคำแนะนำว่าจะให้เขาปฏิบัติอย่างไร”
นายเล็งรู้สึกตัวตาม "นางเหรียญ"
ไปวัดตลอดพรรษา ทั้งที่ป่วยหนักใกล้ตาย
ขณะที่นางเหรียญไปจำพรรษาที่วัดในช่วงตั้งครรภ์ ปรากฎว่านายเล็งรู้สึกตัวตลอดว่าได้ติดตามไปอยู่วัดด้วย ยกเว้นตอนขณะที่หลับ ไม่สามารถบอกได้ และ ช่วงที่ออกพรรษาแล้ว นายเล็งก็ไม่ทราบว่า อาการแบบนี้คืออะไร แต่ในช่วงเข้าพรรษาเมื่อรู้สึกตัวก็รู้สึกว่าไปวัดกับนางเหรียญ ซึ่งเป็นน้องสาว ทั้งที่ในตอนนั้นนายเล็งก็นอนป่วยหนัก โดยเนื้อหามาถึงตอนนี้ยิ่งสนุก เพราะหลวงปู่โชติเล่ารายละเอียดอีกว่า
“ในขณะนั้น ตัวข้าพเจ้าเองที่เป็น นายเล้ง ซึ่งนอนป่วยอยู่ที่บ้านนั้นไม่มีความรู้สึก แต่เข้าใจว่า ตัวได้ติดตามน้องส่งไปที่วัดตลอดเวลา อาการที่ไปติดตามเขานั้น ก็ปรากฎว่า ตัวนี้ไปอยู่ข้างหลังเขา ห่างจากตัวเขาสักวาหนึ่ง พอที่จะเห็นเขาทำอะไรทุกอย่าง แม้เขาจะพูด เขาจะท่อง เขาจะสวดมนต์ภาวนา อะไรก็ได้รู้ได้เห็น ได้ยินทุกระยะไป นัยน์ตาของข้าพเจ้านั้น ตลอดเวลาที่ติดตามเขาไปอยู่วัดนั้น ดูเหมือนไม่เคยกระพริบเลย จับจ้องตลอดเวลา จนกระทั่งลืมสังเกตตัวเองว่า ตัวเราไปตามเขาได้อย่างไร ในขณะที่เขาขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ไปที่ไหนอย่างนี้ ไม่ทราบว่าตัวติดตามเขาไปได้อย่างไร โดยไม่ใช้พลังอะไรของตัวเองเลย ไม่รู้สึกว่าได้เดิน ไม่รู้สึกว่าได้วิ่งตามเขา แต่ก็ไปปรากฎตัวเองอยู่ในลักษณะอย่างนั้นตลอดเวลา ตานี้ไม่เคยกระพริบเลย จับจ้องอยู่อย่างนั้น มีเวลาเดียวที่รายงานไม่ถูก คือ เวลานอนหลับ พอเขานอนหลับแล้ว ความรู้สึก ความจำได้ของข้าพเจ้านั้น ก็เลยหมดสติไป ไม่ทราบว่า ตัวไปที่ไหน มาที่ไหน
จนกระทั่งเขาตื่นฟื้นขึ้นมาแล้ว ความจำ ความรู้สึกอะไรของข้าพเจ้าก็แจ่มใสเหมือนอย่างปกติ แล้วก็อยู่ในลักษณะอย่างนั้นตลอดเวลาต่อไปอีก เป็นอยู่อย่างนั้นสืบมื้อวันมาจนกระทั่งตลอดเวลา 3 เดือน
แต่ก่อนที่จะออกพรรษาในปีนั้น ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 อาจารย์บอกว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของสัปปบุรุษทั้งหลายก็เป็นอันว่าจบหลักสูตรแล้ว เสร็จสิ้นแล้ว ให้พากันเตรียมการฉลอง เขาต่างก็เตรียมเครื่องสักการะบูชา มีผ้าไตร มีเครื่องสักการะบูชา ไทยทาน อะไรต่างๆตามกำลังของแต่ละบุคคลจะพึงจัดมาได้ โดยเฉพาะก็คือผ้าไตร ต้องมีทุกคน มาถวายอาจารย์เป็นการฉลอง เสร็จแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นเวลาตระเตรียมที่จะกลับบ้าน ซึ่งตอนที่เขากลับบ้านแยกย้ายกันกลับไปบ้านนี้ ข้าพเจ้าก็หมดความรู้สึกไปอีกพักหนึ่ง ไม่ทราบว่าตัวเองไปยังไง มายังไง ไม่ทราบว่า ตัวอยู่ไหน หายไปไหน รายงานอะไรไม่ถูก ถ้าหากว่าไปฟื้นอยู่ที่ตัวป่วย ก็คงจะรู้จักว่าตัวเป็นอะไร และ ถ้าหากว่ายังอยู่กับน้อง ก็คงจะรู้จักเหมือนอย่างที่เคยรู้มา แต่นี่ตั้งแต่วันที่เขาตระเตรียมกลับบ้าน จนกระทั่งวันแรม 2 ค่ำ พระออกพรรษาแล้ว ก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวอยู่ที่ไหน เป็นอะไร”
เรื่องราวของหลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน ปฐมเจ้าอาวาสวัดอลงกรณวรารามวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ตอนหน้า จะมีเรื่องราว “นายเล็ง” จัดงานศพของตัวเอง และ มารู้สึกตัวอีกทีก็มาเกิดเป็นลูกของนางเหรียญ น้องสาวแท้ๆของตนเอง ซึ่งการตายและเกิดมาต่อกันในชาติถัดไป โดยที่ผู้มาเกิดใหม่ คือ หลวงปู่โชติ ยังจำความรู้สึกตอนใกล้ตาย และ ชีวิตหลังความตาย มาเล่าสู่ญาติโยมฟัง ซึ่งเป็นธรรมวิจัยสำหรับพุทธศาสนิกชนในห้วงเวลาปัจจุบันอย่างมาก
ขอบคุณ
หนังสือ :- หลวงปู่โชติ คุณสปมฺปนฺโน หลวงปู่ผู้ระลึกชาติได้
โดย ดร.ปฐมนิคมานน์ เรียบเรียง
เพจ FB :- พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต


