"หลวงพ่อปิยโสภณ" เปิดเคสชวนสะพรึง อดีตโฆษกรายการวิทยุล่ากระรอกขาย สุดท้ายบาดเจ็บหนักที่ตา

“พระเทพวัชรญาณกวี” หรือ “หลวงพ่อปิยโสภณ” (สุวิทย์ ปิยวิชฺโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม๙ กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร เมตตาให้สัมภาษณ์พิเศษเว็บไซต์ “Buddhist Company” (www.buddhistcompany.org) ถึงประเด็น “การระลึกชาติมีอยู่จริง” ตอนที่ 3 โดยเปิดเผยเรื่องราวของการระลึกชาติที่ไม่ต้องย้อนไปไกลถึงอดีตชาติ แต่ในชาตินี้ หากในอดีตเคยทำกรรมไม่ดีไว้ กรรมไม่ดีเหล่านั้นก็พร้อมส่งผลให้ในชาติปัจจุบันทันที เฉกเช่นเรื่องของนายเซียงบัว อายสาว อดีตนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเคยมีวันวานอันแสนบาป ด้วยการล่ากระรอกจำนวนมากเพื่อขาย เมื่อเวลาผ่านไป อดีตกรรมนั้นส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางตา และ กรณีผู้รอดชีวิตจากภัยสึนามิ เล่าถึงเหตุอดีตกรรมที่เคยทำกับแมลงสาป ทำให้ชีวิตต้องไปประสบภัยสึนามิจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด (คลิ๊ก...อ่าน)

NEWS

4/9/20261 min read

“หลวงพ่อปิยโสภณ” เล่าว่า “ในเหตุการณ์สึนามินั้น คนแต่ละเผ่าพันธุ์มารวมกันแล้วตายในที่เดียวกัน คืออะไร โยมคนหนึ่งบอกว่า ตอนที่เขาไปเที่ยวสึนามิ เขาเจอน้ำท่วมขึ้นมาถึงเพดาน เขาต้องแหงนหน้าขึ้นเพดาน พอขึ้นไป น้ำขึ้นเพดาน ขึ้นจมูก หายใจไม่ได้ ก็ตายใช่ไหม น้ำก็มาถึงอยู่แค่ปลายจมูก แล้วน้ำมันก็ไม่ขึ้นอีก น้ำมันก็ไม่ขึ้นไป เขารอด แต่ระหว่างนั้น เขาบอกว่า ตายแน่ ภาพอะไรที่ทำให้เขาคิดได้ รู้ไหม? เขาชอบจับแมลงสาปลงทิ้งลงไปในโถส้วมแล้วกด

อีกเรื่องหนึ่งคุณโยมเซียงบัว อายสาว จังหวัดอุดรธานี เป็นโยมอุปัฏฐากหลวงพ่อฯ (หลวงพ่อปิยโสภณ) พี่เซียงบัวท่านเล่าชัดเจนเลยว่า ตอนเป็นหนุ่มๆ ท่านไปอยู่บึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ เขาก็เล่าว่า ชอบเป่าลูกดอก ล่ากระรอก และ เป่าลูกดอกใส่ลูกกระตามัน วันหนึ่งได้ 20-30 ตัว เอาไปขาย ไม่ได้เอาไปกิน เอาไปขาย แถวนั้นกระรอก กระแตเยอะ เอาไปขาย ตอนนั้นสนุกสนาน วันหนึ่งพอละอาชีพนั้น ก็ไปเป็นโฆษกวิทยุชื่อดัง ก็ไปซื้อบ้านอยู่ที่ถ้ำเอราวัณ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ซื้อบ้านที่อำเภอวังสะพุง บ้านที่ซื้อก็งามมาก อากาศเย็นสบาย บ้านพัก พอวันหนึ่งก็เลยตัดหญ้า ซื้อเครื่องมาตัดหญ้า ตัดไปๆ เหนื่อย เมื่อยล้า ก็บอกคนงานว่า ไอ้หนู มาช่วยตัดหญ้าหน่อย เดี๋ยวพ่อจะไปกินน้ำ เอาน้ำมาดื่ม แล้วก็ยืนดูลูกน้องตัดหญ้า ระหว่างลูกน้องตัดหญ้าใบพัดมันตีก้อนหินกระเด็นเข้าลูกกระตา จมเลือดเลยลูกกระตา แต่โดนข้างเดียว เพราะตอนยิงกระรอก ยิงโดนกระรอกข้างเดียว เชื่อไหมว่า ภาพแรกที่เขาเห็นคืออะไร เขาเห็นกระรอกเป็นพันๆตัว มารุมกินลูกกระตาเขา

มหัศจรรย์มาก เขาบอกว่า กฎแห่งกรรมมีจริง เขาบอกว่า เขาไม่เชื่อมาก่อน แต่พอมาเจออย่างนี้ เชื่อแล้ว ก็เลยทำให้มีหิริ ความละอายแก่ใจ โอตตัปปะ การเกรงกลัวต่อบาป มันมากขึ้น มากขึ้น

เพราะฉะนั้น เรื่องการระลึกชาติ อาจจะยาวนาน สำหรับผู้คนที่มองเห็นคนตายแล้วไปเกิด และ จำอดีตชาติไม่ได้ ระหว่างอยู่ในครรภ์ ความจำมันลืม เวลาตื่นขึ้นมา ถ้ามีคนจำได้ อย่างอาจารย์เอียน สตีเวนสัน ท่านมีบันทึกเอาไว้ ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ คริสต์ หรือ ศาสนาใดก็ตามระลึกชาติได้ ไม่เกี่ยวกับศาสนาที่ตัวเองนับถือ แต่เกี่ยวกับธรรมชาติ หรือ แม้แต่พระพุทธเจ้าเล่าชาดกว่าเคยเกิดเป็นนั่น เป็นนี่ ใช่ไหม พระโมคคัลลานะถูกฆ่าตาย ทั้งๆที่เป็นพระอรหันต์ เพราะว่าชาติที่แล้ว ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ หลอกพ่อแม่ไปฆ่า เชื่อเมีย อย่างนี้เป็นต้น

ฉะนั้น อดีตชาติ เราไม่สามารถจะรู้ได้ทุกคน ไปถามหมอดูบ้าง ไปถามอาจารย์นั่น อาจารย์นี่ ไปแก้กรรม ในที่สุดก็ถูกหลอก อย่างที่เป็นข่าวในปัจจุบันนี้ แต่วิธีที่เราจะทำความเข้าใจให้ได้ ก็คือ เชื่อไว้ก่อนว่ามีจริง แล้วก็ไม่ล่วงละเมิด ไม่ไปทำบาป ไม่ไปทำผิด อันนี้จะทำให้เราปลอดภัย อันนี้ที่หลวงพ่อฯเล่าให้ฟัง เป็นกรรมที่เกิดจากการทำผิดง่ายๆ ให้ทำความเข้าใจกันน่ะ

Buddhist Company

:- เคสรถไฟชนรถเมล์?

“หลวงพ่อปิยโสภณ” :- อันนี้เราเรียกว่า อุบัติเหตุ แต่เราไม่รู้จริงๆว่า คนเหล่านี้มีกรรมที่ทำในอดีตอย่างไร ยกเว้นพระพุทธเจ้า ซึ่งทรงระลึกชาติได้ ก็จะมาบอกว่า คนเหล่านี้เป็นอย่างนั้น คนนั้นเป็นอย่างนี้ อะไรอย่างนั้น เราถึงจะทำให้คนเชื่อถือได้ ถ้ามีคนอุตตริมาบอก เราก็จะบอกว้า อวดอุตตริ ถ้ามีคนมาบอก หรือ บางคนบอกมีคนไปเข้าฝันว่า คนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ ก็จะเป็นช่องทางมิจฉาชีพได้ คนก็จะถือโอกาสแก้กรรม สะเดาะเคราะห์ จริงๆ การแก้กรรม ก็คือ แก้พฤติกรรม กายกรรม วจีกรรม กับ มโนกรรมของเรา สะเดาะเคราะห์ คือ สะเดาะเคราะห์ความคิดที่เป็นเชิงลบในจิตใจของเราให้มันออกไป เหมือนเคาะสนิม เพราะว่า สะเดาะ แปลว่า เคาะ เคาะสนิมออกไป อันนี้ก็เล่าไว้เป็นตัวอย่างสั้นๆ

เราไม่ต้องรอให้เราระลึกชาติได้ ไม่ต้องรอ แต่ให้เราเชื่อว่า อดีตมีจริง วันนี้มีจริง พรุ่งนี้มีจริง โลกมันหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมง โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์มี 365 วัน แล้วถ้าเปรียบเทียบ โลกเหมือนกับลูกแตงโม และ มนุษย์เปรียบเหมือนมดที่ไต่อยู่บนเปลือกแตงโม เรานั่งอยู่ตรงนี้ หลวงพ่อฯเชื่อว่า เราไม่ได้นั่งอยู่ในโลก เรานั่งอยู่บนเปลือกโลก ทำไมเราไม่หลุดออกจากแรงดึงดูดของโลก ทำไมเรายังเวียนว่ายตายเกิด เพราะจิตของเรายังมีแรงดึงดูดของกิเลส คือ ตัณหา มันเหมือนกับแรงดึงดูดของโลกไหม เพราะฉะนั้น เราจึงมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในศาสนาพุทธของเรา สอนเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง หลุดพ้น อวกาศของโลกก็มี พ้นออกไป ประมาณสัก 100 กิโลเมตร อากาศก็เบาบาง เครื่องบินแค่ 10 กิโลเมตร เลยขึ้นไปก็ 10-20 กิโลเมตร ก็บางขึ้นเรื่อยๆ แรงดึงดูดของโลกไปไม่ถึงแล้ว เช่น พวกดาวเทียม มันก็ปักหลักไม่อยู่ ลอยเคว้ง หรือ ถ้าเราจะไปดาวดวงใด เราก็ออกไป เราก็ไม่รู้ ไม่มีแรงดึดดูดของโลก หัวหางก็หมุนไปตามสบายเลย ออกไปนอกยานก็ได้

เพราะฉะนั้นแรงดึงดูดของโลกและอวกาศของโลก เหมือนกับแรงดึงดูดของกิเลส กับอวกาศของจิต การเวียนว่ายตายเกิดยุติลง จบลง เพราะว่าจิตของเราเป็นสุญญากาศ ว่างเปล่าจากแรงดึงดูดของกิเลส เยาวชนยุคใหม่ก็คิดให้ดี ไม่ว่าเราจะเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ วันนี้เรายังคิดว่าเรายังมีกำลังวังชาอยู่ วันไหนถ้าเราอายุมากขึ้น เราเจ็บไข้ได้ป่วย ไปนอนอยู่ไอซียู เรามีวิถีจิต นาทีสุดท้าย นั่นแหละเราจะคิดได้ แต่นั่นมันก็สายไปแล้ว ระลึกถึงความดีที่ทำเอาไว้ ไม่ทัน มันไม่ออกมา ขณะจิตมันไม่ออกมา จิตมันดำ มันมืด ก็จะทำให้เราเลือกทางผิด

ข้อมูล

เซียงบัว อายสาว” “สาวสี สามสลึง”อดีตนักจัดรายการชื่อดังเมืองอุดรธานีเมื่อ 30-40ปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้น ในยุคที่นักจัดรายการวิทยุอย่าง “เซียงบัว อายสาว” “สาวสี สามสลึง” และ “อ้ายทิดเสน” กำลังเฟื่องฟูในคลื่นเอเอ็ม วปถ.7 ที่ส่งกระจายเสียงไปทั่วเขตจังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเป็นของคู่กัน

อ.เซียงบัว อายสาว

ชื่อจริง ‘ไพร ดวงดาว‘ เป็นศิษย์เก่าวิทยาลัยเพาะช่าง รุ่นเดียวกับ ชาย เมืองสิงห์ ศิลปินแห่งชาติ และดร.อภัย นาคคง( อาจารย์สอน ประวัติศาสตร์ศิลป์ที่ เพาะช่าง)เซียงบัวอายสาว ได้ข่าวว่าเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว

ส่วนคู่ชีวิตสาวสีสามสลึง(วงเพ็ชร ดวงดาว) ช่วงท้ายชีวิตไปบวชชีที่วัดป่าบ้านค้อ ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และก็ได้เสียชีวิตไปเมื่อ 17 มิถุนายน พ.ศ.2558 ด้วยเนื้องอกในสมอง อายุ 72 ปี

ขอบคุณข้อมูลเพจ : โจ้ จังโก้

ข้อมูลเพิ่มเติม

· คู่หูจัดรายการ: จัดรายการวิทยุคู่กับภรรยาคือ คุณแม่ชีวงเพ็ชร ดวงดาว ซึ่งใช้ชื่อในวงการว่า "สาวสี สามสลึง" ทั้งคู่เป็นดีเจคู่ขวัญที่ชาวอุดรธานีชื่นชอบอย่างมากในอดีต

· บทบาททางสังคมและศาสนา: ครอบครัวดวงดาวเป็นผู้อุปฐากและร่วมก่อตั้งวัดป่าบ้านค้อ จังหวัดอุดรธานี รวมถึงสนับสนุนวัดโพธิสมภรณ์และวัดคำโป้งเป้งมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุตรชายคือ พระพิชัย ปิยธโร บวชเรียนอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์

Social Media

email: news.buddhist2569@gmail.com

© 2025. All rights reserved.