"หลวงพ่อปิยโสภณ" ชี้ "3 ตัวอย่างกฎแห่งกรรม พบ 2 เคสให้ผลทันตาในชาตินี้ !
เว็บไซต์ BuddhistCompany.org ได้รับโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษ “พระเทพวัชรญาณกวี” หรือ “หลวงพ่อปิยโสภณ” (สุวิทย์ ปิยวิชฺโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม๙ กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์พิเศษในหัวข้อ “ระลึกชาติ” มีอยู่จริง ! ตอนที่ 2 โดยตอนนี้เนื้อหาจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น ด้วยกรณีศึกษาผู้ที่ได้รับผลกรรม ตามหลักกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในแก่นของพระพุทธศาสนา ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก (คลิ๊ก...อ่าน)
NEWS
4/9/20261 min read
“พระเทพวัชรญาณกวี” หรือ “หลวงพ่อปิยโสภณ”
(สุวิทย์ ปิยวิชฺโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม๙
กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร


“หลวงพ่อปิยโสภณ” เล่าถึงตัวอย่างกรรมที่ให้ผลน่าสะพรึงกลัว ของการไปลอกทองคำเจดีย์ที่พระธาตุแช่แห้ง จัวหวัดน่าน และมีการยักยอกทองคำไปขายต่อ และ กรณีเทวดาที่คุ้มครองพระแก้วมรกตมาเกิดในครรภ์ของมนุษย์ โดยได้รับการอธิษฐานของบิดามารดาที่ต้องการให้เทวดาที่มีศักดิ์ใหญ่มาเกิดเป็นลูกของตนเอง รวมทั้งกรณี อดีตพระมหาคนหนึ่งเมื่อสึกไปมีภรรยา ได้ไปฆ่ากบให้ภรรยาที่แพ้ท้องและอยากกินกบ จนทำให้ลูกที่คลอดออกมาหน้าเหมือนกบ และ ผลกรรมที่ไม่ดีในการฆ่ากบส่งผลให้ลูกเป็นออทิสติกตั้งแต่กำเนิด
เรื่องที่ 2 นี้ พระเถระในจังหวัดขอนแก่น ท่านเล่าให้อาตมาภาพฟังว่า มีมหาคนหนึ่งลาสิกขาไปแล้ว ก็แต่งงาน พอแต่งงานไปแล้ว ภรรยาแพ้ท้อง อยากจะกินอ่อมกบ ก็ฉมวกไป ภรรยาก็อยากกินอ่อมกบมาเป็นอาทิตย์แล้ว แพ้ท้อง แต่ไปหาวันไหน ก็ไม่มีกบมาให้ภรรยาเลย ฝีมือไม่ถึง แต่ด้วยความรักห่วงลูก รักภรรยา ก็ตัดสินใจไปอีกรอบหนึ่ง ก็ปรากฎว่าเดินเป็น 2-3 ชั่วโมงในท้องไร่ท้องนา ไม่มีกบ สมัยก่อนไม่ต้องไปตลาด ชาวบ้าน ตัดสินใจกลับมาแล้วว่า วันนี้ไม่ได้ก็ไม่ได้ หันหลังกลับ พอหันหลังกลับ เจอกบตัวหนึ่ง สีเหลืองอุ๋ย ขวางทางอยู่ หรือว่าเป็นกบเทวดาหรือเปล่า มากู้ชีวิตเราไว้ ฉมวกเสียบลงไปเลย ตัดใจ เพราะว่ามองเห็นหน้เภรรยาแพ้ท้อง อยากกินอ่อมกบ ก็เสียบฉมวกลงไป พอไปถึง ก็อ่อมกบให้ภรรยา ภรรยาก็ดีใจ หายแพ้ท้อง 9 เดือน ภรรยาคลอดลูกออกมา หน้าเหมือนกบ แล้วก็เป็นออทิสติก เลี้ยงมาจนกระทั่งโต กระเตงๆมา ทรมานเลย ชีวิตทั้งชีวิตอุทิศให้ลูกเลย ภพชาติ เรื่องของกรรม แม้แต่จิตวิญญาณของกบ ก็ยังมาเกิดเป็นคนได้ มาสิงในร่างของทารกที่อยู่ในครรภ์ได้
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งชื่อน้องคุณ เขามาที่นี่ตอนอายุ 4-5 ขวบ เขาก็มาเห็นพระแก้ว พระแก้วที่ประดิษฐานอยู่ที่บุษบก ( ณ ห้องโถง ธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๙ วัดพระราม ๙) เขาก็อยากได้ เขาก็กราบ อาตมาพาอุ้มขึ้นไป ให้เขาแตะ และ อาตมาก็บอกว่า งั้น หลวงปู่ เอาองค์เล็กๆให้น่ะ ให้ห้อยคอ ก็ไปซื้อพระแก้วหยกให้เขา และ เข้ากรอบ และ มีองค์ใหญ่ตั้งหัวเตียง เวลากลับบ้าน ก็เลยถามคุณพ่อคุณแม่เขาว่า น้องคุณเป็นยังไง ถึงได้ชอบพระแก้ว พ่อเขาก็เล่าให้ฟังว่า ผมไปขอครับ แต่งงานมา 6 ปี ไม่มีน้อง ก็เลยไปขอพระแก้ว อธิษฐานว่า ลูกแต่งงานมา รักษาครรภ์ รักษาศีลมาตลอด ลูกก็อยากให้ครรภ์ของลูกรองรับเทพที่มีศักดิ์ใหญ่ ที่พิทักษ์รักษาคุ้มครองพระแก้วมรกต หากแม้หมดอายุขัย ออร่าไม่เปล่งปลั่งแล้ว อยากจะลงมาถือปฏิสนธิในครรภ์เป็นมนุษย์ สร้างบารมี ก็อยากจะขออุทิศครรภ์นี้ให้เทพผู้มีศักดิ์ใหญ่นั้น ลงมาบำเพ็ญเพียรบุญบารมีได้ ตอนกลางคืนฝันว่า อยากมีเด็กมาอยู่ด้วย และ พอเกิดมา เด็กคนนี้ เฉลียวฉลาดมาก ตอนนี้อายุ 17 ปี โตเป็นหนุ่มแล้ว
แต่เขาเป็นคนที่แปลกกว่าคนอื่นทั่วไป คือ กินอาหารอย่างคนอื่นไม่ได้ กินได้แค่ข้าว ข้าวธรรมดา แล้วก็กล้วยน้ำว้า และ น้ำดื่ม น้ำธรรมดา ได้ยี่ห้อเดียวคือคริสตัล และ ทานได้แต่นมถั่วเหลือง นมก็ไม่ได้ ไข่ก็ไม่ได้ แพ้ แม่ก็ทานไม่ได้ ถ้ากินก็แพ้มาถึงลูก ดอกไม้ก็แพ้ ไปงานไหนที่มีดอกไม้ไม่ได้ หรือ ไปนอนโรงแรมที่เขามีดอกไม้ ไม่ได้ แพ้ทันทีเลย ถ้ามีการปักแจกันด้วยดอกไม้ หรือ ปลูกดอกไม้ริมหน้าต่าง
อันนี้คือ มีการเวียนว่ายตายเกิดจริง ผลของกรรมมีอยู่จริง ให้ผลจริง ทำดีได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่วจริง เขาก็สร้างบุญบารมี ตอนนี้ก็สอบได้ จะไปเรียนหนังสือที่เอดินบะระ (Edinburgh) ประเทศสกอตแลนด์ หลวงพ่อแนะนำว่าให้ไปที่แคมบริดจ์ แต่เขาบอกว่า ไม่มีวิชาที่จะเรียนตรงนี้ ต้องไปที่สกอตแลนด์ ตอนนี้ยังไม่ได้เรียน เพราะว่า อายุเขาให้เลย 17 เต็ม และ ในเดือนมิถุนายนนี้ จะไปแล้ว
อีกเรื่องหนึ่งเคยรู้จักพระธาตุแช่แห้งไหม ตอนนั้นญี่ปุ่นบุกไทย ประมาณ พ.ศ.2484 ญี่ปุ่นบุกไทย เพื่อจะเป็นทางผ่านไปพม่า ญี่ปุ่นทำสงครามโลกครั้งที่ 2 กับอังกฤษ และอเมริกา เจ้าอาวาสกับเจ้าเมืองก็คิดว่า ทองที่ห่อหุ้มพระธาตุแช่แห้ง น่าจะลอกออกมาก่อน เอาไปเก็บไว้ก่อน ถ้าญี่ปุ่นมา ลอกออกไปแน่ อย่ากระนั้นเลย อย่าเพิ่งให้ญี่ปุ่นมันเห็นเลย ก็เลยลอกออกมา พอลอกออกมา เจ้าอาวาสกับเจ้าเมืองก็ยักยอกไปขาย ทองคำเอาไปขายที่ไหน คนซื้อก็เกิดพุพอง ผิวหนังพุพอง เจ้าอาวาสก็สึก พอสึกก็ไปแต่งงานกับผู้หญิงอายุ 15 ขวบ ที่อำเภอเวียงสา ลูกออกมาไม่มีผิวหนัง ผิวหนังเป็นดักแด้ แดง ตัวเองก็นั่งไม่ได้ ต้องยืน เพราะน้ำเหลืองมันเยิ้ม มันพุพอง นี่เป็นโทษจากการที่ไปลอกทองคำแล้วเอาไปขายและไม่เอาคืน ทุกคนที่รับซื้อไป ต้องคืนทองและทำพิธีขอขมาองค์พระธาตุ และนำทองนั้นมาคืน จึงค่อยๆดีขึ้น ดีขึ้น อันนี้ก็กรรม และ การให้ผลของกรรมมีจริง นี่ความเชื่อขั้นพื้นฐาน ทำดีได้ดีจริง ทำชั่วได้ชั่วจริง กรรมดี ให้ผลดี กรรมชั่วให้ผลชั่ว การบูชามีคุณจริง ชาตินี้มีจริง ชาติหน้ามีจริง สังสารวัฏมันก็อยู่ระบบหมุนเวียนไปมา มีการเวียนว่ายตายเกิด นี่คือความเชื่อขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ในพระพุทธศาสนา และ เป็นธรรมชาติที่มีอยู่จริง มีอดีตคือเมื่อวานนี้มีปัจจุบันคือวันนี้ และ มีอนาคตคือพรุ่งนี้ และ อย่าลืมว่าปัจจุบัน คือ อดีตด้วย แต่คืออดีตของพรุ่งนี้ และ ปัจจุบันมันคืออานคตด้วย อนาคตของอะไร อนาคตของเมื่อวานนี้ มันซ้อนกันอยู่
อย่างเช่นภพภูมิ ภพชาติที่เราอยู่ในขณะนี้ มันซ้อนกันอยู่ ฉะนั้นหลวงพ่อฯก็มีความเชื่อว่า เด็กในปัจจุบันนี้ เขาไม่ค่อยเข้าใจชีวิตที่เป็นจริง จนกว่าวันหนึ่งเขาจะประสบในเรื่องที่แก้ไขยาก เช่น แต่งงานแล้ว ครอบครัวแตกแยก ฟ้องร้องกัน เราจะเห็นฟ้องร้องกัน หรือ ลูกเอาทรัพย์สินพ่อแม่ ฟ้องร้องเอาสมบัติ หรือ บางทีเกิดอุบัติเหตุเภทภัยที่ไม่คาดคิด โดยที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
คราวที่แล้วเราจะเห็นว่า รถไฟที่ปากช่องถูกเครนล้มทับ ตูม! ตรงตู้นี้พอดี ถามว่าคืออะไร เมื่อเราอธิบายด้วยหลักธรรมดา ธรรมดา ก็เข้าใจยาก แต่ถ้าเราอธิบายด้วยกฎแห่งกรรม ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น” หลวงพ่อปิยโสภณยกตัวอย่างกรณีศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม ที่ทำให้เห็นว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วมีอยู่จริง ตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตอนที่ 3 หลวงพ่อปิยโสภณ ท่านได้เมตตาหลักการทำงานของกฎแห่งกรรม ที่มีอิทธิพลต่อทุกชีวิตของสัตว์โลกในสังสารวัฏ






