นะโมพุทธายะ พาคุณดำดิ่ง “ทำในสิ่งที่รัก” หรือ “ ทนทำเพื่อเงิน” อะไรฮีลใจมนุษย์ได้ดีที่สุด

ช่องยูทูป “นะโมพุทธายะ – Namo Buddhaya” ซึ่งมียอดซับซิไครป์ 93,500 กว่าคน ได้เผยแพร่ข้อมูลธรรมที่ผสมผสานความเป็นวิทยาศาสตร์ และ พุทธศาสตร์ ได้อย่างน่าสนใจ รวมทั้งหมด 475 ตอน โดยเว็บไซต์ Buddhist Company ได้นำมาเผยแพร่เป็นตัวอย่างหนึ่งตอน ชื่อว่า “เสียงจากจิตภายใน” ทำสิ่งที่รัก คือ การรักษาจิตวิญญาณขั้นสูงสุด? โดยมีเนื้อหารายละเอียดบางส่วนบางตอนที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ (คลิ๊ก..อ่านต่อ)

DHAMMA

ศิริประภา เย็นยอดวิชัย

9/9/20261 min read

"ทำในสิ่งที่รัก" หรือ "ทนทำเพื่อเงิน"

อะไรฮีลใจมนุษย์ได้ดี

ทำไมมนุษย์เราถึงยอมทนทำในสิ่งที่เกลียด จนจิตใจพังทลาย ทั้งๆที่รู้ว่า เวลาในชีวิตมีจำกัด คำถามนี้มันผุดขึ้นขึ้นมาในหัวผม ท่ามกลางยุคที่เห็นผู้คนเดินสวนกันไปมา ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ร่างกายยังขยับทำงาน ยังตอบข้อความ แต่ถ้ามองลึกเข้าไปในดวงตา คุณจะเห็นความตายซ่อนอยู่ข้างใน เรากำลังอยู่ในยุคที่เรียกว่ากำลังหมดไฟ หรือ โรคระบาดแห่งความเหนื่อยล้า มันกัดกินผู้คนจากข้างใน เราใช้เวลาครึ่งชีวิตเพื่อแลกกับหยาดเหงื่อและเซลล์สมองที่เราไม่ได้อินกับมันเลยแม้แต่น้อย เพียงเพื่อแลกกระดาษไม่กี่ใบ และ เราก็เอากระดาษพวกนั้นไป ซื้อเวลาพักผ่อนจอมปลอมในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อเตรียมตัวไปเกลียดวันจันทร์ใหม่อีกครั้ง เราหลงลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่าครับ เราพยายามปกป้องทรัพย์สิน ปกป้องร่างกายจากโรคร้าย แต่เรากลับหลงลืมปกป้องสิ่งที่เป็นทุกอย่างในชีวิต นั่นคือ จิตของเราเอง

นี่เป็นประสบการณ์ของผมเอง ที่เคยลืมตาตื่นมาตอนเช้า แล้วรู้สึกเกลียดแสดงแดด เกลียดเสียงนาฬิกาปลุก รู้สึกว่าร่างกายมันหนักอึ้ง เหมือนถูกสูบวิญญาณออกไปหมดในที่ๆต้องไป และ ที่ๆต้องทำ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ไม่รู้มีใครบางคนเคยเจอโมเมนต์ที่นั่งนิ่งๆอยู่บนเตียง แล้วถามตัวเองว่า นี่ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆเหรอ คล้ายๆกันแบบนี้บ้างหรือเปล่า ถ้าให้ผมนึกถึงคำหนึ่งคำ ให้ผมอธิบายในการทำสิ่งที่เกลียด สำหรับผมคือคำว่า แหลกสลาย ก็น่าคิดน่ะครับ แต่ละคนวินาทีที่ต้องฝืนใจทนทำสิ่งที่ไม่ได้รัก คำที่ผุดในหัวคืออะไร

พอเราเริ่มรู้ว่าใจเรากำลังพังทลาย เสียงกระซิบในใจมันจะดังขึ้น มันเริ่มบอกว่า นี่เราออกไปทำสิ่งที่รัก ออกไปทำสิ่งที่มีความหมาย แต่ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น สังคมมันก็จะสร้างกรอบอีกชั้นมาที่เราทันที สังคมจะทำให้เรารู้สึกผิดว่า การทิ้งความมั่นคง หรือ การละทิ้งหน้าที่การงานที่ใครๆก็บอกว่าดี เพื่อไปเลือกทำสิ่งที่รัก มันเป็นการเห็นแก่ตัวหรือเปล่า มันคือการหนีปัญหาไหม มันคือความอ่อนแอที่ไม่รู้จักอดทนหรือไม่ หรือ แท้จริงแล้ว การเลือกทำสิ่งที่รัก มันคือกระบวนการรักษาใจ เพื่อยกระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้แน่ ถ้าให้ผมฟันธงจากสิ่งที่ผมพบมา ผมกล้าพูดเลยว่า ค่านิยมที่บอกว่า การกล้ำกลืนฝืนทำสิ่งที่เกลียด คือ การเสียสละที่ยิ่งใหญ่ มันคือ คำหลงโลกครับ มันเป็นกลไกที่สร้างขึ้นมาเพื่อบีบให้มนุษย์เป้นแค่ฟันเฟือง ผมยังไม่เห็นข้อดีที่ปล่อยให้จิตใจตนเองตายลงอย่างช้าๆ เลยแม้แต่ข้อเดียว แต่ก็นั่นละครับ มันก็อาจจะเป็นความคิดของผมที่มองจากมุมนี้มุมเดียว

“เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าเราเอาแนวคิดการทำสิ่งที่รักเพื่อรักษาจิตใจ ไปวางไว้ในบริบทของคนที่ต้องสู้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ หรือ ในยุคสมัยที่การเอาชีวิตรอดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การทำสิ่งที่รัก ยังจะเป็นยารักษาใจอยู่ไหม หรือ จะยังเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน

วันนี้ผมแกะรอยเรื่องนี้มาในเชิงวิทยาศาสตร์ แบบแพทย์ และ พุทธศาสน์เชิงลึก ว่ากลไกของจิตมันทำงานอย่างไรเมื่อเราฝืนมัน แต่ผมก็มั่นใจว่า ต้องมีคนที่มีประสบการณ์ลึกซึ้งกว่าผม หรือ มองเห็นในมุมที่ผมมองไม่เห็น ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มคนที่กำลังฟังเสียงผมอยู่ในตอนนี้แน่ๆ

สิ่งที่เรากำลังจะดำดิ่งไปค้นหาด้วยกันนับแต่วินาทีนี้ มันไม่ใช่เรื่องแรงบันดาลใจตื้นๆ หรือ คำคมปลอมประโลมใจ แต่มันคือ การถอดรหัสของจิตวิญญาณมนุษย์ เราจะไปดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นร่างกายและสมองของเราในระดับเซลล์ เมื่อเราปฎิเสธเสียงเพรียวของเรา และ ย้อมกลับไปดูสัญชาตญาณเดิมของมนุษย์ และ ดำดิ่งกลับไปลึกถึงพันธุกรรมแห่งจิตที่ข้ามภพข้ามชาติว่า ทำไมเราถึงรักในสิ่งที่ไม่เหมือนกัน และ สำคัญที่สุด เราจะไปค้นพบการกบฎที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การปฏิเสธความสมบูรณ์แบบทางโลก เพื่อรักษาจิตวิญญาณของบุรุษผู้หนึ่ง ที่ต่อมาโลกรู้จักในนามของ “พระพุทธเจ้า”

เคยสงสัยไหมครับว่า ตั้งแต่ตอนไหน เราเริ่มจะเกลียดสิ่งที่ตนเองทำอยู่ในแต่ละวัน ถ้าเราย้อนเวลากลับไปเป็นแสนปี บรรพบุรุษของเราตั้งแต่เก็บของป่า ล่าสัตว์ พวกเขาไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายเลยน่ะครับ ภัยคุกคาม มีอยู่ทุกย่างก้าว แต่นักมานุษยวิทยาพบเรื่องที่ประหลาดใจมากอย่างหนึ่ง ที่พบว่า มนุษย์ยุคนนั้นไม่มีอาการที่เรียกว่า หมดไฟ หรือ อาการเกลียดวันจันทร์ เพราะการล่าสัตว์ การหาอาหาร มันไม่ได้มองว่าเป็นงาน แต่มันคือสัญชาติญาณ มันคือการเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ งาน การเล่น มันถูกถักทอเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่มีใครตื่นมาแล้วคิดว่า ฉันไม่อยากออกไปล่าสัตว์เลย แต่ฉันต้องทำเพื่อเป้าหมายของไตรมาสนี้ มันไม่มีครับ ทุกการกระทำ มันตอบสนองต่อสัจธรรมตรงหน้า ถ้าให้คุณนึกถึงคำหนึ่งคำของมนุษย์ยุคหิน ที่ตื่นมา และ ออกไล่ล่า สำหรับผม ผมนึกถึงคำว่า อิสระ ครับ น่าสนใจน่ะครับว่า แต่ละคนจะนึกถึงคำว่าอะไร เมื่อมองย้อนกลับไปในยุคที่จิตวิญญาณยังไม่ได้ถูกขังไว้ในกรง

แต่วันหนึ่ง เมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว โลกก็หมุนมาถึงจุดเปลี่ยนที่โหดร้ายที่สุด จุดเปลี่ยนที่โนว แอเฮล แอโรรี่ เคยบอกใบ้ไว้ว่า มันคือการหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือ การมาถึงของยุคเกษตรกรรม เราคิดว่าเราฉลาดขึ้น เราคิดว่าเราควบคุมธรรมชาติได้ ด้วยการล้อมรั้วและปลูกข้าวสาลี แต่มองให้ลึกสิครับ ข้าวสาลีต่างหากที่ควบคุมเรา มันทำให้เราต้องทิ้งชีวิตที่อิสระ มาตั้งถิ่นฐานอยู่กับที่ บังคับให้มนุษย์ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ มาทำเรื่องเดิมๆ ถอนวัชพืช แบกน้ำ ตากแดด จนหลังขดหลังแข็ง เราเริ่มรู้จักคำว่า อนาคต เราเริ่มกักตุน

เราเริ่มหวาดกลัวว่า ถ้าวันนี้ไม่ทนทำสิ่งที่เหนื่อยและน่าเบื่อ พรุ่งนี้เราจะอดตาย ถ้าให้ผมฟันธงเลยน่ะ ผมว่าจุดเริ่มต้นของความทุกข์ทรมานของจิตใจมนุษย์ทั้งหมด มันเริ่มตรงนี้ล่ะครับ มันเริ่มตรงที่เรายอมทิ้งความสุขตรงหน้า เพื่อแลกกับความมั่นคงที่ยังมาไม่ถึง ผมค่อนข้างมั่นใจเลยว่า ความคิดที่ว่า ฝืนทำไปก่อนเดี๋ยวค่อยดีเอง มันถูกฝากรากลึกไปในดีเอ็นเอของเราตั้งแต่ยุคนั้น แต่ก็นั่นละครับ มันก็อาจเป็นมุมมองที่ดูขวางโลกของผมคนเดียวก็ได้ และฝันร้ายที่แท้จริงก็เริ่มต้น เมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคนี้ล่ะครับที่สับสวิตซ์ปิดความเป็นมนุษย์ของเราอย่างสมบูรณ์แบบ

หากท่านผู้อ่านอยากรู้ว่า ทำในสิ่งที่รัก หรือ ฝืนทำเพื่อเงิน อะไรฮีลใจมนุษย์ได้ดี ท่านสามารถเปิดรับช่องได้ที่ช่องแดง นะโมพุทธายะ – Namo buddhaya โดยสามารถรับชมได้อย่างเต็มอิ่ม แบบไม่มีโฆษณาคั่น ส่วน Buddhits Company เห็นด้วยกับนะโมพุทธายะ แต่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็ยังใช้ “เงิน” เป็นเกณฑ์ในการทำงาน จึงต้องอดทนเพื่อเงิน แม้งานนั้นจะบาป หรือ อาจส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจก็ตาม

a river running through a lush green forest
a river running through a lush green forest
A bright green rice field under a vast blue sky with white clouds
A bright green rice field under a vast blue sky with white clouds
Social Media

email: news.buddhist2569@gmail.com

© 2025. All rights reserved.